วัดชนะสงคราม ในสมัยรัชกาลที่ ๒

สมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ โปรดใหรื้อพระวิมานดุสิต ซึ่งเป็นหอพระวังหน้า นำไม้ที่ยังใช้ได้ไปปลูกเป็นกุฏิที่วัดชนะสงคราม ในรัชกาลนี้ โปรดเกล้าฯ ให้แห่พระอริยธัชชะ พระราชาคณะฝ่ายรามัญวัดชนะสงครามไปครองวัดราชคฤห์ และเมื่อเจ้าอาวาสได้มรณภาพลง ได้อาราธนาพระสงฆ์ฝ่ายรามัญให้มาครองวัดสืบต่อมา

“เกยลา” หน้าประตูทางเข้าวัดชนะสงคราม ใช้เป็นที่เสด็จขึ้นลง

“เกยลา” หน้าประตูทางเข้าวัดชนะสงคราม ใช้เป็นที่เสด็จขึ้นลง

พ.ศ. ๒๓๕๒ เมื่อสมเด็จพระบวรราชเจ้า กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ ทรงรับการสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคลแล้ว ได้ทรงซ่อมแซมพระบวรราชวัง บางส่วนที่พอซ่อมได้ก็โปรดให้ซ่อม บางส่วนที่ทรุดโทรมมากก็โปรดให้รื้อ เอาส่วนที่ใช้ได้ไปทำการอย่างอื่น ในคราวนี้ โปรดให้รื้อพระวิมานดุสิต ซึ่งเป็นหอพระวังหน้า นำไม้ที่ยังใช้ได้ไปทำที่วัดชนะสงครามแนวหลังกุฏิหลังพระอุโบสถ (ที่คณะ ๒) ตามตำนานวังหน้าว่า “พระพิมานดุสิดาที่สร้างไว้เปนหอพระแทนปราสาทที่กลางสระเห็นจะชำรุด โปรดให้รื้อทั้งพระวิมานแลพระระเบียง เอาตัวไม้ที่ยังใช้ได้ไปทำในวัดชนะสงคราม ซึ่งกรมพระราชวังบวรฯ ในรัชกาลที่ ๑ ได้ทรงสถาปนาไว้” ซึ่งพระวิมานองค์นี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงพรรณนาไว้ในตำนานวังหน้าว่า

“เดิมกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท จะทรงสร้างปราสาทเหมือนอย่างพระที่นั่งบรรยงก์รัตนาศน์ที่กรุงเก่า สร้างยังไม่ทันสำเร็จมีเหตุเกิดขึ้น เมื่อ ณ วัน ศุกร์เดือน ๕ แรม ๒ คํ่า ปีเถาะ พ.ศ. ๒๔๓๖ อ้ายบันทิด ๒ คนคิดขบถลอบเข้าไปในวังน่า ไปแอบพระทวารด้านหลังพระราชมณเฑียรคอยจะทำร้ายกรมพระราชวังบวรฯ เวลาเสด็จลงทรงบาตร แต่พเอิญเช้าวันนั้นจะเสด็จลงมาเฝ้าสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชที่พระราชวังหลวง เสด็จออกทางพระทวารด้านน่า อ้ายขบถจึงทำร้ายไม่ได้ ครั้นเสด็จลงมาพระราชวังหลวงแล้ว ทางโน้น นางพนักงานในวังน่าไปพบอ้ายขบถ ก็ร้องอื้ออึงขึ้น เจ้าพนักงานผู้รักษาน่าที่พากันเข้าไปจับได้คน ๑ ไล่ไปฟันตายลงตรงที่สร้างปราสาทคน ๑ กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทมีรับสั่งว่า ที่วังจันทรเกษมซึ่งเปนวังน่าครั้งกรุงเก่าไม่มีปราสาท พระองค์มาทรงสร้างปราสาทขึ้นในวัง น่าเห็นจะเกินวาศนาไปจึงมีเหตุ จึงโปรดให้งดสร้างปราสาทนั้นเสีย ให้เอาตัวไม้ที่ปรุงไว้ไปสร้างพระมณฑป (เก่า) ที่วัดนิพพานาราม คือวัดมหาธาตุทุกวันนี้ ส่วนที่ซึ่งกะไว้ว่าจะสร้างปราสาทนั้น โปรดให้สร้างพระวิมานถวายเปนพุทธบูชา ขนานนามว่า ‘พระพิมานดุสิดา’ เปนที่ไว้พระพุทธรูป พระวิมานนี้ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทันทอดพระเนตรเห็น ทรงพรรณาไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่องสถานที่พบ นามพระพิมานที่กล่าวนี้ในหนังสือนิพพานวังน่า ซึ่งกรมพระราชวังบวรฯ ทรงสร้าง ว่าตัวพระวิมานกลางที่เป็นหอพระ หลังคามุงดีบุก ฝากระดาน ข้างนอกประกอบเปนลายทรงเข้าบิณฑ์ปิดทองประดับกระจก ข้างในเขียนลายรดน้ำมีราชวัตรฉัตรรูปอย่างฉัตรเบญจรงค์(ปักรายรอบ) เปนเครื่องปิดทองประดับกระจกทั้งสิ้น นอกพระวิมานออกมามีพระระเบียง ฝาข้างในเขียนเรื่องพระปฐมสมโพธิแลเรื่องรามเกียรติ์ ‘งามนักหนา’ ข้างนอกมีลายประกอบปิดทองประดับกระจก เสาแลหูช้างพนักข้างในก็ล้วนลายสลัก ปิดทองประดับกระจก มีตะพานพนักสลักปิดทอง เปนทางข้ามสระเข้าไปทั้งสี่ทิศ”

พระวิมานองค์นี้ ภายหลังเมื่อคราวสงครามมหาเอเชียบูรพา ได้ถูกระเบิดทำลายพังเสียหายไปมาก ส่วนที่คงเหลือมีน้อยซ่อมแซมลำบาก ครั้นต่อมาเมื่อวันที่ ๒ เดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ ท่านพระครูวิสุทธิศีลาจารย์ (วง ฉนฺโท) เจ้าอาวาสวัดมะกอก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ได้มาทำผาติกรรมเอาไม้ส่วนที่ใช้ได้ไปปลูกเป็นหอสวดมนต์และศาลาการเปรียญขึ้นที่วัด เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๒ วัดชนะสงครามได้สร้างศาลาขึ้นใหม่แทนที่เดิมของพระวิมานดุสิต ยังปรากฏเห็นฐานอยู่

พ.ศ. ๒๓๕๙ ไฟไหม้พระอารามไม่ปรากฏว่าไหม้อะไรไปบ้างเสียหายเท่าใด

พ.ศ. ๒๓๖๐ โปรดให้นำโคมไปปักและจุดตามพระอารามต่างๆ ในเทศกาลวิสาขบูชา

พ.ศ. ๒๓๖๓ พระมหาสุเมธาจารย์เจ้าอาวาสวัดชนะสงครามมรณภาพ รัชกาลที่ ๒ โปรดให้แห่พระครูธรรมวิจารณ์ วัดบ้านใหม่มาครองแล้วให้เป็นพระราชาคณะ ที่พระสุเมธาจารย์

* คัดจาก ประวัติวัดชนะสงคราม เรียบเรียงโดย พระมหาปกรณ์ พิมพ์ในงานออกเมรุพระราชทานเพลิงศพสมเด็จฯ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง:

ข้อมูลอัพเดทล่าสุด เมื่อ: 4 พฤศจิกายน 2555 เวลา 19:30 น.